Active & Passive Voice.

    ลืมครับ..เรื่อง Active & Passive Voice นี่จำได้ตอนเรียนเป็นเรื่องเป็นราวน่าจะอยู่ตอน ม.ปลาย อ.นก เป็นคนสอน คุ้นๆว่าจะเก่งด้วยตอนนั้น 😛 แต่แล้วพอจบออกมาก็คืน อาจารณ์หมด มาเจออีกทีก็ตอนเรียน มหาลัย โอ้ย!! ตอนนั้นก็กินบุญเก่า ครับ ติดมากลับตัวเท่าไหร่ ก็ใช้ไปเท่านั้น

แต่มาวันนี้ได้ใช้เยอะ ขี้นก็เลยต้องกลับมาทบทวน.. คนที่ office เก่งๆ กันหลายคน อายเค้า.. 😛 ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ คงจะออกมาเป็นแนวๆ ที่ผมเข้าใจมากกว่าเนาะ

    Active voice : ประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำ (ท่องมาตั้งแต่ ม.ปลาย) โดยทั่วไปก็คือประโยคที่เราใช้ๆกันอยู่แล้ว ตรงตาม Tense ทุกประการ เช่น

Aoddy is writing a program.

โปรแกรมถูกเขียนโดย Aoddy จะเห็นว่า Aoddy เป็นผู้กระทำหรือ เป็นผู้เขียนโปรแกรม

Passive voice : อันนี้ก็จะตรงข้ามกับ Active voice คือ ผู้ถูกกระทำจะกลายเป็นประธานของประโยคเอง โดยส่วนใหญ๋แล้ว ประธานที่ว่านั้นก็จะเป็น สิ่งของ ส่วนในประโยคก็มักจะมี by เพื่อบอกว่าใคร เป็นคนทำ เช่น

A program  is being written by Aoddy.

อันนี้ก็จะชัดเจนว่า โปรแกรมถูกเขียนโดย Aoddy

จะเห็นว่าหลักการเปลี่ยนจาก Active -> Passive ก็จะง่ายๆ ดังนี้

1. เอา “กรรม” ของประโยค Active มาเป็น “ประธาน” ของประโยค Passive

2. ใช้ Verb to be ให้ตรงกับ Tense ของ Active

3. กริยาแท้ใน Active เวลากลายมาเป็น Passive ต้องเปลี่ยนเป็น Verb ช่องที่ 3

4. เอา “ประธาน” ของประโยค Active มาเป็น “กรรม” ของประโยค Passive โดยส่วนใหญ่มักจะมี By เข้ามาช่วย

และในบางครั้งเมื่อประโยค Active มีการใช้ Helping Verb เมื่อเปลี่ยนจาก Active เป็น Passive จะต้องมี be ต่อท้ายหลัง Helping Verb นั้น ส่วน Verb หลักก็คงเปลียนไปเป็น Verb 3 เป็นปรกติ โดยมี รูปแบบดังนี้

Subject + could + be + V3

Subject + can + be + V3

มาดูดัวอย่างกันซักนิด

Active = Aoddy may write a letter this evening.

Passive = A letter may be written by Aoddy this evening.

เดี๋ยวครั้งต่อไปเราจะมาดูว่า มี Verb บางตัวที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น Passive แต่เอาไว้ก่อนน้าาา  ตอนนี้แสบตาละไปนอนก่อนดีกว่า

Good night to me . 🙂