SEN : Boundaries & Stakeholders

วันแรก..ที่มาเรียนที่ SUPAERO อาจารย์ก็ให้นักเรียนที่มาเรียนในสาขา SEN : System Engineering แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเพราะว่ามี 2 Projects คือ

1. SMC : Space Medical Center เป็น Project ที่ต้องการที่จะสร้าง โรงพยาบาลบนอวกาศ (Space Medical Center) คือ ในอนาคตเค้าอยากจะให้มี โรงพยาบาลบนอวกาศ เพราะตอนนี้มีแค่สถานีปฏิบัติการเท่านั้น..โปรเจคนี้ เป็นรูปเป็นร่างจริงๆ นะ ไอ้ SMC เนี้ยเป็นเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น โปรเจคจริงๆ มันชื่อ ECLIPSE (European Cis-Lunar Interplanetary Port for Space Exploration)

2. UAV : Unmanned Aerial Vehicleเป็น Project ที่ต้องการสร้าง อากาศยาน อะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน บอลลูน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีคนอยู่ในนั้น (unmanned) จุดประสงค์ของโปรเจคนี้ ก็นำ อากาศยาน นั้นมาช่วยในการ สังเกตในกรณีที่เกิดไฟป่า

[ad#ad-post-1]

ทั้ง 2 Project เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Integrate Team Project ผมและเพื่อนๆ เรียกกันว่า ITP เงื่อนไขก็มีอยู่ง่ายๆ แต่ละโปรเจคแบ่งออกเป็น 2 phases คือ

1.  User Requirement คือ เราอยากให้ระบบเรามีอะไรก็เขียนออกมา Output ของ phase นี้จะเรียนกว่า URD – User Requirement Document
2. Technical Requirement คือ พอได้ URD มาก็เอามาทำต่อว่า..จากไอ้ URD ที่ได้มานี้ เราจะต้องมีการพัฒนาอย่างไรเพื่อให้ได้มาตามที่ลูกค้าต้องการ Output ของ phase นี้คือ TRD Technical Requirement Document

ความมันส์มันอยู่ที่ Phase 2 ครับ เพราะทั้ง 2 กลุ่มจะต้องเอา URD จากอีกกลุ่มมาพัฒนาต่อพูดง่ายๆ ก็คือ สลับ โปรเจคกันนั่นเอง

Project ที่ผมเลือกก็คือ SMC ครับ มาเริ่ม..ต้น..กันเลยดีกว่า ว่าเวลาบริษัทใหญ่เค้าทำ "โปรเจคที่มีความซับซ้อน (complex) นั้นเค้าเริ่มต้นจากอะไร"

1. แบ่งกลุ่มให้ชัดเจนด้วย Boundaries

สิ่งแรกที่เราต้องคิด ก็คือ นำทุกอย่างที่คาดว่าน่าจะมีความสำพันธ์กับ ระบบ (System) ที่เราออกแบบ โดยแบ่งออกเป็น Inside และ Outside โดย

Inside คือ กลุ่มคน, ฟังก์ชั่นการทำงาน, องค์กร ที่จะต้องอยู่ใน ระบบ อาจจะเป็นผู้ถูกใช้หรือเป็นผู้ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆใน ระบบ นั้นก็เป็นได้

Outside คือ กลุ่มคน หรือ องค์กร ที่อยู่นอก ระบบ แต่มีความสำพันธ์กับ ระบบ เช่น เจ้าของโปรเจค(shareholder) เค้าไม่ได้ใช้ระบบโดยตรงแต่เป็นคนจ่ายเงินให้กับการสร้างระบบ เป็นต้น

Figure 1 : Boundaries

2. Stakeholder คือ กลุ่มคนหรือองค์กร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจคหรือมีความสนใจในตัวโปรเจค โดยอาจจะมีทั้งผลในด้านลบและด้านบวกต่อตัว Stakeholder (เพราะมีผล.เลยต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง) โดยมากมักจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อ Project ตัวอย่างของ Stakeholder เช่น customer, sponsor, performing organisation หรือ public


Figure 2 : Stakeholders

คำถามคือ..ทำไมถึงต้อง ทำไอ้ Boundary & Stakeholder คำตอบก็คือ เวลาเรา Design System จริงๆ เรามักจจะมีปัญหาว่า…ไอ้คนที่เราคุยด้วย หรือ องค์กรต่างๆ ที่เราคิดอยู่ ณ ตอนออกแบบระบบ มันเกี่ยวข้องกับระบบของเราจริงๆ หรือเปล่า เป็นคนที่เราต้องให้ความสำคัญมากเป็นอันดับหนึ่งหรือเปล่า หรือแค่..ให้รู้..ว่าเค้าคือคนที่เราต้องขอความเห็นหรือข้อมูล..หรือเอาข้อมูลจากระบบเราไปใช้เท่านั้น

ตอนต่อไปผมจะกลับมาต่อว่า..หลังจากที่เรา define ไอ้ boundaries & stakeholder เราก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่เรียกว่า Stakeholder need definition process ทำไมหน่ะเหรอครับ..ก็เพราะว่า Stakeholder เป็นคนกำหนด Need มาให้เรา..ว่าอยากได้อะไรบ้าง..หน้าที่เราก็คือว่า..จะตอบสนองความต้องการของ Stakeholder เหล่านั้นอย่างไร..และ..มีวิธีการอะไรบ้าง

[ad#post-image]