TradingTechnical AnalysisSMCMarket StructureCHoCHBOS

เจาะลึก CHoCH & BOS ใน Market Structure: กุญแจสำคัญในการหาจุดเข้าเทรด

By Aoddy7 min read

การอ่าน Market Structure หรือโครงสร้างราคา คือหัวใจสำคัญของการเทรด ไม่ว่าคุณจะใช้เทคนิคไหน ถ้าเข้าใจโครงสร้างราคา คุณจะรู้ว่า "ลมกำลังพัดไปทางไหน" และเราควรจะ "กางใบเรือ" ตอนไหน

Market Structure CHoCH & BOS

ในโลกของ Smart Money Concepts (SMC) หรือ Price Action สมัยใหม่ มีคำศัพท์ 2 คำที่เจอบ่อยมาก คือ BOS และ CHoCH วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่ามันคืออะไร และจะใช้มันหาจุดเข้าเทรดคมๆ ได้ยังไงครับ

1. Market Structure พื้นฐาน

ก่อนไปถึง BOS/CHoCH ต้องเข้าใจพื้นฐานแนวโน้ม (Trend) ก่อนครับ

  • Uptrend (ขาขึ้น): ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ (Higher High - HH) และจุดต่ำสุดใหม่ที่สูงขึ้น (Higher Low - HL)
  • Downtrend (ขาลง): ราคาทำจุดต่ำสุดใหม่ (Lower Low - LL) และจุดสูงสุดใหม่ที่ต่ำลง (Lower High - LH)

2. BOS (Break of Structure) คืออะไร?

BOS ย่อมาจาก Break of Structure คือการที่ราคา "ทะลุ" (Break) ยอดเดิม (ในขาขึ้น) หรือทะลุฐานเดิม (ในขาลง) ไปได้ เป็นสัญญาณบอกว่า "เทรนด์เดิมยังแข็งแรงและจะไปต่อครับพี่น้อง!"

ลักษณะของ BOS:

  • เกิดในทิศทางเดียวกับเทรนด์หลัก
  • เป็นการยืนยัน (Confirm) การไปต่อของราคา
  • เนื้อเทียนต้องปิดเหนือ/ต่ำกว่า ยอด/ฐาน เดิม (บางตำราใช้แค่ไส้เทียน แต่เนื้อเทียนชัวร์กว่า)

BOS (Break of Structure) Diagram

3. CHoCH (Change of Character) คืออะไร?

CHoCH ย่อมาจาก Change of Character แปลตรงตัวคือ "การเปลี่ยนนิสัย" เป็นสัญญาณแรกที่บอกว่า "เทรนด์อาจจะกำลังกลับตัว" หรือเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง (หรือกลับกัน)

ลักษณะของ CHoCH:

  • ในขาขึ้น: ราคาหลุด HL ล่าสุด (จุดต่ำสุดสุดท้ายที่ส่งกราฟขึ้นไปทำ High ใหม่)
  • ในขาลง: ราคาเบรค LH ล่าสุด (จุดสูงสุดสุดท้ายที่ส่งกราฟลงไปทำ Low ใหม่)
  • มักเกิดหลังจากที่ราคาไปชนแนวรับ/แนวต้านสำคัญใน Timeframe ใหญ่

CHoCH (Change of Character) Diagram

ข้อสังเกต: CHoCH คือ BOS แรกในทิศทางตรงกันข้าม แต่มันมีความหมายพิเศษคือการ "เปลี่ยนเทรนด์"

4. เทคนิคการมอง Timeframe (Multi-Timeframe Analysis)

หลายคนงงว่า "พี่ครับ ผมควรดู H4, H1 หรือ M5 ดี?" คำตอบคือ "ต้องดูผสมกันครับ"

ลองจินตนาการว่าเรากำลังขับรถไปต่างจังหวัดครับ:

  • Timeframe ใหญ่ (H4, Daily): เหมือน "แผนที่ประเทศไทย" เอาไว้ดูทิศทางหลักว่าเราจะไป "เหนือ" หรือ "ใต้" (เทรนด์ใหญ่เป็นขาขึ้นหรือขาลง) ถ้าดูแค่นี้เราจะรู้ทิศ แต่ไม่รู้ว่าข้างหน้ามีหลุมมีบ่อตรงไหน
  • Timeframe เล็ก (M15, M5): เหมือน "Google Maps ซูมใกล้ๆ" เอาไว้หา "จังหวะเข้าซอย" หรือจุดเลี้ยวที่แม่นยำ

สูตรการจับคู่ Timeframe ยอดฮิต:

สายเทรด ภาพรวม (Big Map) หาจุดเข้า (Entry Trigger)
Swing Trade (ถือยาวหน่อย) Day / H4 M15
Day Trade (จบในวัน) H4 / H1 M5 / M3
Scalping (ซิ่ง) M15 / M30 M1

กฎเหล็ก: ให้เชื่อภาพรวม (Timeframe ใหญ่) เสมอ! ถ้า H4 เป็นขาขึ้น แต่ M5 เป็นขาลง ให้มองว่า M5 แค่ "ย่อตัว" เพื่อขึ้นต่อครับ

5. ความแตกต่างระหว่าง CHoCH กับ BOS

หัวข้อ BOS (Break of Structure) CHoCH (Change of Character)
ความหมาย ไปต่อ (Continuation) กลับตัว (Reversal)
เกิดตอนไหน เกิดตลอดทางของเทรนด์ เกิดเมื่อเทรนด์สิ้นสุด / เปลี่ยนเทรนด์
หน้าที่ ยืนยันว่าเทรนด์ยังอยู่ เตือนว่าเทรนด์อาจจบแล้ว

6. วิธีเข้า Order: จังหวะไหนคมสุด?

เมื่อเราเจอทั้ง BOS และ CHoCH แล้ว เราจะเข้าเทรดตอนไหน? ไม่ใช่เห็น CHoCH ปุ๊บกดปั๊บนะครับ แบบนั้นเสี่ยงดอย/เหว

สูตรสำเร็จที่นิยมใช้กัน (Setup) คือ "รอเด้งแล้วค่อยเข้า" (Retracement Entry)

Step-by-Step การเข้าเทรด (ตัวอย่างขาขึ้น -> ขาลง):

  1. หา Zone (HTF): ดู Timeframe ใหญ่ (เช่น H4, H1) ว่าราคาชน Supply Zone หรือแนวต้านสำคัญหรือยัง
  2. รอ CHoCH (LTF): ย่อยไปดู Timeframe เล็ก (เช่น M15, M5) รอให้ราคาทำ CHoCH (หลุด HL ล่าสุด) เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อหมด แรงขายมาแล้ว
  3. หาจุดเข้า (Premium Zone): อย่าเพิ่ง Sell ทันทีที่หลุด! ให้รอราคาย้อนกลับขึ้นมา (Retrace) หาของแพงๆ
    • กาง Fibo หาโซน Premium (>50%)
    • มองหา Order Block (OB) หรือ Fair Value Gap (FVG) ที่ยังไม่ถูกทดสอบ
  4. Pending Order / Entry: วาง Order Sell Limit ที่โซนนั้น
  5. Stop Loss: เหนือ Swing High ล่าสุด (เหนือหัวที่ส่งลงมาทำ CHoCH)
  6. Take Profit: ที่ Low เดิม หรือแนวรับถัดไป

ตัวอย่าง Setup (Diagram)

Market Structure Setup Diagram

✅ Checklist: 3 สิ่งต้องเช็ค Timeframe ก่อนกด Order

ก่อนนิ้วจะสัมผัสปุ่ม Buy/Sell ลองเช็ค 3 ข้อนี้ให้ชัวร์ก่อนครับ จะช่วยกรองออเดอร์หลอกได้เยอะมาก:

  1. HTF (Timeframe ใหญ่) เป็นเทรนด์อะไร?
    • ถ้าเรากำลังจะ Sell ภาพใหญ่ต้องเป็นขาลง (Downtrend) หรืออย่างน้อยต้องติดแนวต้าน
    • ถ้าสวนเทรนด์ใหญ่ ความเสี่ยงจะสูง x2 ทันที!
  2. HTF ถึง Point of Interest (POI) แล้วหรือยัง?
    • ราคาแตะ Supply Zone (สำหรับ Sell) หรือ Demand Zone (สำหรับ Buy) ของภาพใหญ่จริงๆ แล้วใช่ไหม?
    • ถ้ายังวิ่งอยู่กลางทาง ไม่ถึงโซน อย่าเพิ่งคันมือครับ
  3. LTF (Timeframe เล็ก) เสียทรง (CHoCH) แล้วหรือยัง?
    • ต้องเห็น CHoCH ในภาพเล็กเพื่อยืนยันว่า "แรงซื้อ/ขาย เริ่มกลับทิศแล้วจริงๆ"
    • ห้ามเดา! ห้ามเข้าเพราะแค่เห็นแท่งเทียนกลับตัวแท่งเดียวโดยไม่มีโครงสร้างรองรับ

สรุป

  • BOS เอาไว้รันเทรนด์ ย่อซื้อ/เด้งขาย ตามเทรนด์เดิม
  • CHoCH เอาไว้จับจุดกลับตัว ต้นเทรนด์
  • อย่าเทรดสวนเทรนด์ใหญ่ ถ้าไม่แม่นจริง ให้ใช้ CHoCH ในทิศทางเดียวกับ Timeframe ใหญ่จะปลอดภัยที่สุด

การเข้าใจ BOS และ CHoCH จะช่วยให้คุณไม่ออกออเดอร์มั่วซั่ว และรอจังหวะที่ "ได้เปรียบ" ตลาดที่สุดครับ ลองเอาไปฝึกมองกราฟจริงดูนะครับ!


Resources:

Aoddy avatar

Aoddy

Lifelong learning | Data Analytics | Algorithmic Trading | Quantmania | Wife Lover

www.aoddy.com
Loading views...

Comments

Loading comments...